ชาร์ลส์ ดาร์วิน กับสองทฤษฎีพลิกโลกว่าด้วยกำเนิดสปีชีส์และการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

คําว่า “นักทฤษฎีมหาวิบัติ” (catastrophist) บัญญัติขึ้นโดยวิลเลียม ฮิวเอลล์ (William Whewell) หนึ่งในประธานคนแรกๆของสมาคมธรณีวิทยาแห่งลอนดอน (Geological Society of London) ผู้มอบคําว่า “แอโนด” (anode) “แคโทด” (cathode) “อิออน” (ion) และ “นักวิทยาศาสตร์” (scientist) ให้เป็นมรดกแก่ภาษาอังกฤษ แม้ว่าต่อมาคําว่านักทฤษฎีมหาวิบัติจะมีความหมายแฝงเชิงเหยียดหยามผูกติดมาด้วยราวกับเมล็ดพืชเล็กๆที่ติดตามเสื้อผ้า แต่ฮิวเอลล์ไม่ได้ตั้งใจเช่นนั้น เมื่อเขาเสนอคํานี้ฮิวเอลล์กล่าวชัดเจนว่าเขาคิดว่าเขาเป็น “นักทฤษฎีมหาวิบัติ” และนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ที่เขารู้จักก็เชื่อทฤษฎีมหาวิบัติเช่นกัน ในความเป็นจริงมีเพียงบุคคลเดียวที่เขารู้จัก และไม่เหมาะกับป้ายชื่อนี้คือนักธรณีวิทยาหนุ่มไฟแรงนาม ชาร์ลส์ ไลเอลล์ (Charles Lyell) ฮิวเอลล์ได้คิดคําใหม่ขึ้นมาสําหรับไลเอลล์ โดยเรียกเขาว่า “นักเอกรูปนิยม” (uniformitarian) ไลเอลล์เติบโตขึ้นในตอนใต้ของอังกฤษอันเป็นดินแดนที่แฟนชนิดหนึ่ง ฟันไม่แกร่ง พลังกรามขี้ปะตั๋ว และโดยรวมแล้วน่าประหลาดใจว่าเจ้าสัตว์ตัวนี้หาอาหารได้อย่างไร” เดอ ลา บีชตั้งชื่อภาพนั้นว่า “ความเปลี่ยนแปลงอันเลวร้าย”  Continue reading ชาร์ลส์ ดาร์วิน กับสองทฤษฎีพลิกโลกว่าด้วยกำเนิดสปีชีส์และการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 4

การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum

(อ่าน การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 1ดูเหมือนความคิดของกูวีเยที่ว่าประวัติศาสตร์สิ่งมีชีวิตนั้นยาวนานไม่แน่นอน และเต็มไปด้วยสัตว์ที่ไม่มีตัวตนแล้วในปัจจุบันจะทําให้เขาเป็นผู้สนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการไปโดยปริยาย แต่ที่จริงกูวีเยคัดค้านแนวคิดวิวัฒนาการ หรือที่เวลานั้นเป็นที่รู้จักกันในปารีสว่า transformisme เขาพยายามฉีกหน้าเพื่อนร่วมงานที่สนับสนุนทฤษฎีดังกล่าว และดูเหมือนว่าโดยรวมเขาทําสําเร็จ น่าแปลกที่ทักษะเดียวกับทักษะที่ชี้นําให้เขาค้นพบการสูญพันธุ์กลับทําให้เขามองว่าทฤษฎีวิวัฒนาการแสนจะไร้สาระ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้พอๆกับการบินในอากาศ Continue reading การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 4

การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 3

มาสโตดอนอเมริกา

(อ่าน การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 4) เมื่อถึงปี 1800 หรือสี่ปีหลังจากเผยแพร่บทความเรื่องช้างชิ้นนั้น สวนสัตว์ฟอสซิลของกูวีเยขยายใหญ่ขึ้น มีสัตว์ 23 สายพันธุ์ที่เขาเชื่อว่าสูญพันธุ์ ซึ่งรวมถึงฮิปโปแคระ (pygmy hippopotamus) ที่กูวีเยพบซากในห้องเก็บของที่พิพิธภัณฑ์ปารีส กวางเอลก์ที่มีเขาขนาดมหึมาซึ่งพบกระดูกของมันในไอร์แลนด์ และหมีตัวใหญ่จากเยอรมนี ซึ่งปัจจุบันรู้ว่าเป็นหมีถ้ำ ณ จุดนี้ สัตว์มงมาร์ตถูกแบ่งหรือขยายออกเป็นสายพันธุ์ที่ต่างกันหกสายพันธุ์ (แม้กระทั่งในปัจจุบัน เรารู้เกี่ยวกับสายพันธุ์เหล่านี้น้อยมากรู้เพียงว่ามันมีกีบเท้าและมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 30 ล้านปีก่อน) “หากเราหาสายพันธุ์ที่สูญไปแล้วได้มากมายเพียงนี้ในเวลาอันสั้น แล้วจะมีอีกกี่สายพันธุ์ที่น่าจะยังดํารงอยู่ลึกลงไปใต้โลกใบนี้?” กูวีเยตั้งคำถาม Continue reading การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 3

การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 2

Mammut americanum

(อ่าน การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 3ในปี 1781 โธมัส เจฟเฟอร์สัน ถูกดึงเข้าร่วมวงโต้แย้ง ในบันทึกเกี่ยวกับรัฐเวอร์จิเนีย (Notes on the State of Virginia) ซึ่งเขียนขึ้นหลังจากที่เขาพ้นตําแหน่งผู้ว่าราชการรัฐได้ไม่นาน เจฟเฟอร์สัน จินตนาการสัตว์ไม่ทราบชื่อในแบบของเขาเอง เขายืนยันเช่นเดียวกับบูฟงว่าสัตว์ดังกล่าวเป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหมด “ปริมาตรใหญ่กว่าช้างห้าหรือหกเท่า” (ข้อนี้ล้มล้างทฤษฎีซึ่งแพร่หลายในยุโรปขณะนั้นว่าสรรพสัตว์ในโลกใหม่มีขนาดเล็กกว่าและ “เสื่อมทราม” กว่าสัตว์ในโลกเก่า) เจฟเฟอร์สันเห็นพ้องกับฮันเตอร์ว่าสัตว์ดังกล่าวน่าจะเป็นสัตว์กินเนื้อ แต่เขาคิดว่ามันยังมีตัวตนอยู่ หากหาตัวมันไม่พบในรัฐเวอร์จิเนีย มันก็คงร่อนเร่อยู่ในพื้นที่ของทวีปซึ่ง “ยังอยู่ในสภาพดั้งเดิมโดยไม่เคยมีใครบุกเบิกและรุกราน” เมื่อได้ดํารงตําแหน่งประธานาธิบดี เขาส่ง เมอริเวเธอร์ ลิวอิส (Meriwether Lewis) และ วิลเลียม คลาร์ก (William Clark) ไปดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือ โดยหวังว่าจะพบสัตว์ไม่ทราบชื่อเร่ร่อนอยู่ในป่าแถบนั้น “เศรษฐศาสตร์แห่งธรรมชาติเป็นเช่นนี้” เขาเขียน “ไม่มีสิ่งใดที่เกิดจากธรรมชาติจะปล่อยให้สัตว์สายพันธุ์ใดก็ตามสูญพันธุ์ไป เป็นไปไม่ได้ที่ห่วงโซ่ในผลงานอันประเสริฐของธรรมชาติจะอ่อนแอจนแตกสลายลง” Continue reading การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 2

การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 1

(อ่าน การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 2การสูญพันธุ์ อาจเป็นแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อย่างแรกที่เด็กๆทุกวันนี้ต้องเรียนรู้ เด็กหนึ่งขวบได้ตุ๊กตาไดโนเสาร์เป็นของเล่น และเด็กสองขวบเข้าใจหรืออย่างน้อยก็พอเข้าใจคร่าวๆว่าสัตว์พลาสติกตัวน้อยเหล่านี้แทนสัตว์ที่มีขนาดใหญ่มาก เด็กๆที่ยังใส่ผ้าอ้อม (ไม่ว่าพวกเขาจะหัวไวหรือหัดเข้าห้องน้ำช้า) สามารถอธิบายได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีไดโนเสาร์หลายประเภทและตอนนี้พวกมันสูญพันธุ์ไปนานแล้ว ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าการสูญพันธุ์ดูเหมือนจะเป็นแนวคิดที่กระจ่างชัดเจนสําหรับเรา แต่นั่นไม่จริงเลย Continue reading การค้นพบฟันกรามของมาสโตดอนอเมริกา Mammut americanum ตอนที่ 1

การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา Atelopus zeteki ตอนที่ 2

การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา

(อ่านเรื่อง การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา ตอนที่ 1) สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ (ภาษาอังกฤษเรียกว่า amphibian มาจากภาษากรีกที่แปลว่า “ชีวิตสองภาค”) ส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิด กับอาณาจักรแหล่งน้ำที่มันโผล่ขึ้นมา (ชาวอียิปต์โบราณคิดว่ากบเกิดจากการจับคู่ของดินกับน้ำช่วงที่น้ำในแม่น้ำไนล์ท่วมล้นในแต่ละปี) ไข่ของมันซึ่งไม่มีเปลือกต้องเก็บให้ชุ่มชื้นเพื่อให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะพัฒนา เติบโต มีกบหลายชนิดที่วางไข่ในธารน้ำเหมือนกบสีทองปานามา และยังมีกบที่วางไข่ในแอ่งน้ำชั่วคราว กบที่วางไข่ใต้ดิน อีกทั้งกบที่วางไข่ในรังซึ่งสร้างขึ้นจากน้ำลาย นอกจากกบที่วางไข่บนหลังและกระเป๋าหน้าท้อง ยังมีกบที่พันไข่รอบขาเหมือนผ้าพันแผล เมื่อไม่นานมานี้มีกบสองสายพันธุ์สูญพันธุ์ไป พวกมันมีชื่อเรียกว่าวงศ์กบพลาติพุส (gastric-brooding frogs) ซึ่งเก็บไข่ไว้ในกระเพาะและสํารอกลูกกบออกมาทางปาก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำปรากฏตัวขึ้นในเวลาที่ทุกผืนดินบนโลก ยังเชื่อมต่อเป็นผืนดินขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่ามหาทวีปแพนเจีย (Pangaea) Continue reading การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา Atelopus zeteki ตอนที่ 2

การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา Atelopus zeteki ตอนที่ 1

เรื่องราวการสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา (Atelopus zeteki) นั้นเริ่มต้นขึ้นที่เมืองเอลบาเยเดอันตน (EIValle de Anton) ในปานามากลางตั้งอยู่กลางปากปล่องภูเขาไฟซึ่งก่อตัวขึ้นประมาณหนึ่งล้านปีที่แล้ว ปากปล่องภูเขาไฟดังกล่าวกว้างเกือบสี่ไมล์ แต่เมื่อท้องฟ้าใส คุณจะเห็นแนวเทือกเขาหยักโค้งรอบเมืองราวกับกําแพงล้อมรอบซากหอคอยเมืองเอลบาเย มีถนนสายหลักหนึ่งสาย สถานีตํารวจและตลาดกลางแจ้งอย่างละหนึ่งแห่ง นอกจากจะขายหมวกปานามาและผ้าปักสีสดหลากหลายแล้ว ตลาดแห่งนี้น่าจะเป็นแหล่งจําหน่ายตุ๊กตากบสีทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีทั้งกบสีทองนอนบนใบไม้ กบสีทองนั่งหลังโก่ง กบสีทองถือโทรศัพท์มือถือ กบสีทองใส่กระโปรงระบาย กบสีทองตั้งท่าเต้นรํา และกบสีทองสูบบุหรี่โดยใช้ที่ต่อบุหรี่เลียนแบบท่าของแฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ กบสีทองซึ่งมีสีเหลืองเหมือนรถแท็กซี่แต้มลายสีน้ำตาลเข้มเป็นสัตว์ประจําท้องถิ่นรอบเมืองเอลบาเย และเป็นสัญลักษณ์นําโชค ในปานามารูปของมันพิมพ์อยู่บนสลากกินแบ่ง (หรืออย่างน้อยก็เคยเป็นเช่นนั้น) Continue reading การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา Atelopus zeteki ตอนที่ 1

การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (Sixth Extinction)

การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (Sixth Extinction)

ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆนั้นเป็นเงาเลือนราง เรื่องของ การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (Sixth Extinction) นี้ก็เช่นเดียวกัน มันเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสายพันธุ์ใหม่เมื่อประมาณสองแสนปีที่แล้ว สายพันธุ์นี้รวมถึงสิ่งอื่นๆทุกสิ่งยังไม่มีชื่อเรียก แต่สายพันธุ์นี้มีความสามารถที่จะตั้งชื่อให้สิ่งต่างๆ เช่นเดียวกับสายพันธุ์ใหม่อื่นๆ สถานะของสายพันธุ์ดังกล่าวล่อแหลม มันมีจํานวนน้อยและจํากัดถิ่นที่อยู่เพียงเสี้ยวหนึ่งของแอฟริกาตะวันออก จํานวนประชากรของมันเพิ่มขึ้นช้าๆ แต่เป็นไปได้ว่าหลังจากนั้นมันจะลดจํานวนลง บางคนอ้างว่าลดลงจนเกือบจะสูญพันธุ์เหลือเพียงไม่กี่พันคู่ Continue reading การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (Sixth Extinction)