ตํานานแมวกวัก

ตํานานแมวกวักและความหมายที่อยู่เบื้องหลังอิริยาบถต่างๆ

ตํานานแมวกวักและความหมายที่อยู่เบื้องหลังอิริยาบถต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ มะเนะกิเนะโกะ ที่แสนโด่งดังในประเทศญี่ปุ่น ไปจนถึงตํานานเรื่องทําไมไม่มีปีแมวในปีนักษัตร

ตํานานแมวกวัก

ตํานานแมวกวัก

ตํานานของแมวกวักนั้นมีหลายเรื่องราวที่สืบต่อกันมา แต่มีอยู่ตํานานหนึ่งที่ชาวญี่ปุ่นพูดถึงมากที่สุดคือ มะเนะกิเนะโกะ ตํานานนี้มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ในสมัยนั้นมีนักบวชรูปหนึ่งจําวัดอยู่ที่วัดโกะโตะคุจิ โตเกียว นักบวชรูปนั้นเลี้ยงแมวไว้ตัวหนึ่งชื่อทามะ ในทุกๆวันแม้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างลําบาก นักบวชก็จะแบ่งอาหารให้เจ้าทามะอยู่เป็นประจํา จนกระทั่งวันหนึ่งนักบวชล้มป่วยและหมดสติไป เจ้าทามะจึงไปนอนใกล้ๆหวังจะให้นักบวชได้รับไออุ่น เมื่อนักบวชมีสติขึ้นมาจึงพูดกับทามะว่า “ทามะเอ๊ย! ฉันมันจนแต่ก็ยังคิดจะเก็บแกมาเลี้ยงอีก มันจะมีสักวันไหมที่แกจะทําอะไรสักอย่าง เพื่อวัดแห่งนี้ เพื่อฉันด้วย” เมื่อพูดจบ นักบวชก็หมดสติไปอีกครั้ง เมื่อทามะได้ยินที่นักบวชพูดเช่นนั้นจึงออกไปนั่งที่หน้าประตูวัดพร้อมกับเลียขาและถูใบหน้า

เวลาผ่านไปไม่นานมีชายคนหนึ่งผ่านหน้าวัดมาในขณะที่ฝนตกหนัก มีฟ้าผ่าอยู่ตลอด เขากําลัง มองหาที่หลบฝนจนหันไปเห็นทามะกวักมือเรียกอยู่ที่หน้าวัด ชายผู้นั้นจึงรีบเข้าไปในวัดทันที ทําให้เขาปลอดภัยจากฟ้าผ่าและพายุฝน เขาอยากขอบคุณทามะและตอบแทนบุญคุณ เมื่อมองไปรอบๆวัดก็เห็นนักบวชนอนป่วยอยู่ในวัดที่เก่าและมีสภาพย่ำแย่ ชายผู้นั้นจึงบํารุงรักษาวัดจนมีชื่อเสียง คนมาทําบุญที่วัดแห่งนี้เยอะขึ้นจนนักบวชและแมวทามะไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างลําบากอีกต่อไป

เมื่อแมวทามะตายก็ได้รับเกียรติให้มีสุสานพิเศษอยู่ในวัดพร้อมกับตุ๊กตาแมวกวักเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกความร่ำรวยให้แก่เจ้าของ และชายแปลกหน้าที่มาหลบฝนในวันนั้นคือ ไออี นะโอะซุเกะ ผู้ครองเมืองฮิโกะเนะ ซึ่งสุสานของเขาก็อยู่ที่วัดแห่งนี้ด้วย

นอกจากตํานานแมวกวักที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ประเทศจีนก็มีตํานานที่เกี่ยวกับแมวเช่นกัน เช่น ตํานานเรื่องทําไมไม่มีปีแมวในปีนักษัตร

สัญลักษณ์ของปีนักษัตรต่างๆนั้นจะแตกต่างกันตามแต่ละชนชาติ โดยที่แพร่หลายมากที่สุด คือของชาวจีนและอินเดีย นิทานของชาวจีนได้เล่าถึงเหตุผลที่ไม่มีปีแมวในปีนักษัตรไว้ว่า การมีปีนักษัตรนั้นเป็นดําริของเง็กเซียนฮ่องเต้ที่จะให้สัตว์แต่ละชนิดมีปีเป็นของตนเอง จึงให้สัตว์ต่างๆมารายงานตัวในวันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ ใครมาถึงก่อนก็จะได้เป็นปีนักษัตรก่อน โดยกําหนดไว้เพียงแค่ 12 ปีเท่านั้น

แมวมัวแต่นอน ไม่รู้ข่าวนี้ จึงถามหนูซึ่งเป็นเพื่อนรัก หนูโกหกแมวไปว่า “ต้องไปในวันที่ 2 เดือน 1 จ้ะ”

เมื่อใกล้วันที่กําหนด สัตว์แต่ละชนิดก็เริ่มออกเดินทาง หนูรู้ว่าตัวเองตัวเล็กอาจไปไม่ทันจึงแอบ เกาะหลังวัวไป เมื่อถึงหน้าประตูวังของเด็กเซียนฮ่องเต้ หนูรีบกระโดดลงจากหลังวัวเข้าประตูไปก่อน จึงทําให้หนูหรือปีชวดนั้นเป็นปีแรกของนักษัตรจีน ตามด้วยวัวและสัตว์ชนิดอื่นๆตามลําดับจนครบ

แมวที่ถูกหนูหลอกให้ไปผิดวัน กว่าจะรู้ตัวก็ช้าไปเสียแล้ว จึงทําให้ไม่มีปีแมวในปีนักษัตร จากนั้น เป็นต้นมา แมวโกรธแค้นหนูอย่างมากจึงไล่ล่าหนูมาจนถึงปัจจุบัน

ในความจริงแล้วที่ไม่มีปีแมวในปีนักษัตรเป็นเพราะในอดีตแมวเป็นสัตว์ทะเลทราย ทําให้ชาวจีนไม่รู้จักแมว จึงไม่ให้ความสําคัญถึงขั้นจะตั้งเป็นปีนักษัตรได้

ถึงแม้ประเทศอื่นๆจะไม่มีปีแมว แต่อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะประเทศเวียดนามเป็นประเทศเดียวที่มีปีแมวนะ โดยชาวเวียดนามนําปีแมวมาแทนปีกระต่าย ซึ่งไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่า ทําไมเวียดนามจึงใช้สัตว์ที่ต่างจากจีน บ้างก็ว่าเป็นเพราะมีตํานานเรื่องเล่าที่ต่างกัน หรืออาจเป็นการแสดงออกเล็กๆ ของเวียดนามที่พยายามหลุดพ้นจากการครอบงําทางวัฒนธรรมจากจีน นอกจากจะนําแมวมาแทนกระต่ายแล้ว ยังนําควายซึ่งเป็นสัตว์ประจําชาติมาแทนวัวอีกด้วย

ความหมายของแมวกวักในอิริยาบถต่างๆ

ตํานานแมวกวัก

แมวกวักยกเท้าซ้าย เชิญผู้คนหรือลูกค้า เรียกโชคลาภ เงินทอง

แมวกวักยกเท้าขวา แมวกวักยกเท้าทั้งสองข้าง ปกป้องทั้งบ้านและธุรกิจ รวมทั้งเรียกโชคลาภ

แมวกวักสวมปลอกคอกระดิ่ง โชคดีไม่หนีหายไปไหน

แมวกวักสวมผ้าพันคอ ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ

แมวกวักถือเหรียญทอง ความมั่งคั่งและโชคดีมาก

แมวกวักถือปลา ความอุดมสมบูรณ์

แมวกวักถือดารุมะ ประสบความสําเร็จ 

แมวกวักถือค้อน ความมั่งคั่ง

แมวกวักถือพัด พัดพาสิ่งดีๆเข้ามา

แมวกวักถือมะเขือ ป้องกันโรคภัย 

แมวกวักถือกลอง เคาะเรียกสิ่งดีๆ เงินทองไหลมาเทมา

แมวกวักถือนกฮูก ประสบความสําเร็จ

แมวกวักถือลูกแก้ว สมปรารถนาและร่ํารวย

แมวกวักถือถุง ร่ำรวยเงินทอง

แมวกวักถือพืชผัก ความอุดมสมบูรณ์

แมวกวักถือแผ่นไม้อธิษฐาน สมปรารถนา

แมวกวักถือน้ำเต้า อายุยืน

แมวกวักถือทองคําจีน ความมั่งคั่งและความสําเร็จ