A brief history of cats ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมว

A brief history of cats ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมว

A brief history of cats ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมวแมวมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Felis catus เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยนักชีววิทยา ค้นพบว่า บรรพบุรุษของสัตว์วงศ์เสือและแมวได้ถือกําเนิดขึ้นในสมัยอีโอซีน (Eocene Epoch) หรือ ประมาณ 55 ล้านปีก่อน โดยมีบรรพบุรุษร่วมกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กินเนื้อชนิดอื่นๆ เช่น หมาป่า สุนัขจิ้งจอก อีเห็น เสือ สิงโต เสือดาว เสือชีตาห์ ฯลฯ

คําว่า Cat ในภาษาอังกฤษ หรืออังกฤษดั้งเดิมเรียกว่า Cat ซึ่งใช้เรียกแมวเพศผู้ ส่วนแมวเพศเมียจะเรียก Catte เป็นคํายืมมาจากภาษาอื่น เช่นเดียวกับอีกหลายๆภาษาในยุโรปที่ยืมมาจากภาษาละติน โดยภาษาเหล่านี้จะมีคําที่ใช้เรียกแมวออกเสียงคล้ายๆกัน เช่น ละตินเรียก Cattus ไบแซนไทน์ กรีก เรียก Katta ฝรั่งเศสเรียก Chat สเปนเรียก Gato เยอรมันเรียก Katze เป็นต้น ที่มาของการใช้คําเหล่านี้ไม่ได้ระบุแน่ชัด แต่อาจเกิดจากการใช้เสียงเหล่านี้ดึงดูดความสนใจจากแมว

ไมอาซิส (Miacis) นับว่าเป็นบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินเนื้อทุกชนิด อาศัยอยู่บนต้นไม้ มีลําตัวยาวคล้ายพังพอน อีกทั้งยังเป็นบรรพบุรุษของสัตว์นักล่าอีกด้วย

โปรไอลูรัส (Prodilurus) นับว่าเป็นแมวชนิดแรกของโลก กําเนิดขึ้นในสมัยโอลิโกซิน (Oligocene Epoch) หรือประมาณ 25 ล้านปีก่อน มีลักษณะคล้ายแมวป่าในปัจจุบัน เช่น กรงเล็บ โครงสร้างร่างกาย สามารถอาศัยได้ทั้งบนต้นไม้และพื้นดินเช่นเดียวกับแมวป่า

ในช่วงต้นของสมัยไมโอซีน (Miocene Epoch) หรือประมาณ 23 ล้านปีก่อน โปรไอลรัสได้วิวัฒนาการเป็นซูเดลรัส (Psuedgelurus) ซึ่งซูเดลรัสนี้ได้แยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มของเสือเขี้ยวดาบและแมวในปัจจุบัน แต่เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการไล่ล่า จากมนุษย์ทําให้เสือเขี้ยวดาบ (Smilodon) สูญพันธุ์เมื่อประมาณ 12,000 ปีก่อน ส่วนสิงโตถ้ำและชีตาห์ยักษ์เป็นสัตว์ในวงศ์เสือและแมวที่สูญพันธุ์ไปหลังการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งเมื่อประมาณ 10,000 ปีก่อน

ปัจจุบันสัตว์ในวงศ์เสือและแมว (Felidae) แบ่งออกเป็น 2 วงศ์ย่อยนั่นคือ เสือขนาดเล็ก (Felinae) และเสือขนาดใหญ่ (Pantherinae) โดยจําแนกจากกล่องเสียงในลําคอและความสามารถในการ “คําราม”

สัตว์แต่ละชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามภูมิประเทศและอาหารในพื้นที่นั้นๆ เช่น สิงโตล่าสัตว์ใหญ่ในทุ่งราบของแอฟริกาเป็นอาหาร เสือดาวหิมะออกล่าอาหารในบริเวณเขาสูงของเอเชียกลาง หรือเสือปลาหาอาหารอยู่บริเวณริมน้ำ เป็นต้น

มนุษย์ VS แมว

มนุษย์ VS แมว

  • มีกระดูกทั้งหมด 206 ชิ้น
  • ได้ยินเสียงสูงสุดที่ 20 กิโลเฮิรตซ์
  • อัตราการเต้นของหัวใจ 60 – 80 ครั้งต่อนาที
  • อุณหภูมิปกติของร่างกาย 37 องศาเซลเซียส
  • กระโดดได้สูงสุดประมาณ 2 เท่าของความสูงตนเอง
  • วิ่งได้เร็วสูงสุด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง % อายุโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 80 ปี
  • คนรักแมวเรียกว่า Ailurophile
  • คนกลัวแมว เรียกว่า Ailurophobe
  • มีกระดูกทั้งหมด 230 ชิ้น
  • มองเห็นได้ 200 องศา และสามารถมองเห็น ในเวลากลางคืนได้ดีกว่ามนุษย์
  • สามารถได้ยินเสียงสูงสุดที่ 65 กิโลเฮิรตซ์ ถือว่าเป็นการได้ยินที่ดีที่สุดในอาณาจักรสัตว์บก และได้ยินเสียงทุกทิศทางโดยไม่ต้องขยับหัว % อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 10 – 140 ครั้งต่อนาที
  • อุณหภูมิปกติของร่างกาย 38.6 องศาเซลเซียส
  • กระโดดได้สูงสุดประมาณ 7 เท่าของความสูงตนเอง
  • แมวบ้านเวลาตกใจสามารถวิ่งได้เร็วสูงสุด 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เสือชีตาห์ซึ่งเป็นสัตว์วงศ์เสือและแมวนั้นวิ่งได้เร็วสูงสุด 115 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นสัตว์บกที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก
  • อายุโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15 ปี โดยใช้เวลาหมดไปกับการนอน 65 เปอร์เซ็นต์ของชีวิต หรือประมาณ 10 ปี
  • แมวสามารถกลับตัวกลางอากาศและลงสู่พื้นอย่างปลอดภัยหากตกลงจากที่สูงไม่เกิน 9-10 เมตร (ประมาณตึก 2 ชั้น)
  • ไม่มีแมวตัวไหนเป็นโรคกลัวมนุษย์!
  • อาการกล้วแมว (Ailurophobia) 
  • อาการกลัวแมวถือว่าเป็นอาการของโรคกลัวเฉพาะอย่าง (specific phobia) คือ บุคคลนั้นๆจะรู้สึกกลัวในสิ่งที่รับรู้อยู่ว่าเป็นสิ่งไม่น่ากลัว แต่ยังไม่สามารถควบคุมอาการกลัวได้ และจะมีปฏิกิริยา ตอบสนองทางประสาทอย่างรุนแรง เช่น ใจสั่น เหงื่อออก หายใจติดขัด ตัวสั่น และพยายามหนี
  • จิตแพทย์เปิดเผยว่า บุคคลที่มีอาการกลัวดังกล่าวมักมีประวัติว่าเคยตกใจอย่างสุดขีดกับสิ่งนั้น ๆ เช่น เคยเห็นพ่อแม่ตกใจหรือหวาดกลัวกับสิ่งนี้เหมือนกันในช่วงที่ตนเองเป็นเด็ก เลยเกิดการ จดจําและฝังใจในด้านลบ อาการเหล่านี้สามารถบําบัดให้หายได้ ซึ่งวิธีที่นิยมที่สุดคือการเผชิญหน้า (exposure)

บุคคลผู้มีชื่อเสียงที่มีอาการกลัวแมว

บุคคลผู้มีชื่อเสียงที่มีอาการกลัวแมว

  • จูเลียส ซีซาร์ แห่งจักรวรรดิโรมัน
  • จักรพรรดิเจงกิสข่านแห่งจีน
  • อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นําประเทศเยอรมนี
  • จักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศส
  • พระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ

แมว VS หมา

แมว VS หมา

แมวและหมาต่างเป็นสัตว์ที่อยู่เคียงข้างมนุษย์มาอย่างยาวนาน แต่ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา แมวและหมาก็ยังคงมีปัญหาในการอาศัยอยู่ร่วมกัน พวกมันยังคงไล่ล่า หลบหนี และดูไม่ค่อยเป็นมิตร ซึ่งกันและกัน จนทําให้เกิดปัญหาข้องใจแก่มนุษย์ว่า “แมวกับหมาไปทะเลาะกันตั้งแต่ตอนไหน”

นักพฤติกรรมสัตว์ได้ให้เหตุผลของการไล่ล่าระหว่างแมวกับหมาไว้ว่า แมวเป็นสัตว์ที่อยู่ตรงกลาง ในลําดับห่วงโซ่อาหาร ส่วนหมาอยู่ในห่วงโซ่อาหารที่ระดับเหนือกว่า จึงทําให้หมาต้องไล่ล่าแมวตามวัฏจักรของห่วงโซ่อาหารนั่นเอง

หมาจะไล่ล่าแมวเพื่อกินหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธุ์ของหมาด้วย หมาบางพันธุ์มีสัญชาตญาณนักล่าที่รุนแรง เช่น หมาในกลุ่มของเทอร์เรีย แต่หมาในกลุ่มนักกีฬา เช่น ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์และสแปเนียลจะไม่ค่อยสนใจแมวเท่าไหร่

แม้ว่าตามธรรมชาติแล้ว แมวกับหมาจะไม่ค่อยถูกกันและต้องไล่ล่ากันอยู่เรื่อยไป แต่ถ้าหากพวกเขาได้รับการเลี้ยงดูร่วมกัน ได้รับการฝึกที่เหมาะสม แมวกับหมาก็สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกันและใช้ชีวิตร่วมกันตามปกติโดยไม่ไล่ล่ากันได้