การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (Sixth Extinction)

การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (Sixth Extinction)

ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของสิ่งต่างๆนั้นเป็นเงาเลือนราง เรื่องของ การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (Sixth Extinction) นี้ก็เช่นเดียวกัน มันเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสายพันธุ์ใหม่เมื่อประมาณสองแสนปีที่แล้ว สายพันธุ์นี้รวมถึงสิ่งอื่นๆทุกสิ่งยังไม่มีชื่อเรียก แต่สายพันธุ์นี้มีความสามารถที่จะตั้งชื่อให้สิ่งต่างๆ เช่นเดียวกับสายพันธุ์ใหม่อื่นๆ สถานะของสายพันธุ์ดังกล่าวล่อแหลม มันมีจํานวนน้อยและจํากัดถิ่นที่อยู่เพียงเสี้ยวหนึ่งของแอฟริกาตะวันออก จํานวนประชากรของมันเพิ่มขึ้นช้าๆ แต่เป็นไปได้ว่าหลังจากนั้นมันจะลดจํานวนลง บางคนอ้างว่าลดลงจนเกือบจะสูญพันธุ์เหลือเพียงไม่กี่พันคู่

จุดกำเนิดของโฮโมเซเปียนส์ (Homo Sapiens)

โฮโมเซเปียนส์ (Homo sapiens) 

สมาชิกของสายพันธุ์นี้ไม่ว่องไว แข็งแรง หรือแพร่พันธุ์เร็วเท่าใดนัก แต่พวกเขามีไหวพริบดี พวกเขาค่อยๆเคลื่อนย้ายเข้าสู่ดินแดนที่มีภูมิอากาศ ผู้ล่า และเหยื่อที่แตกต่างออกไป ข้อจํากัดทั่วไปทางด้านถิ่นที่อยู่หรือภูมิศาสตร์ดูเหมือนจะไม่อาจขัดขวางพวกเขาได้ พวกเขาข้ามแม่น้ำ ที่ราบสูง และทิวเขา ในแถบชายฝั่ง พวกเขาเก็บหอยเป็นอาหาร ลึกเข้าไปในผืนดิน พวกเขาล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ว่าพวกเขาจะตั้งถิ่นฐานที่ใด พวกเขาปรับตัวและสร้างสรรค์สิ่งใหม่เสมอ เมื่อมาถึงยุโรป พวกเขาพบสิ่งมีชีวิตที่คล้ายตนมากแต่กํายําล่ำสันกว่า และอาศัยอยู่ในทวีปนั้นนานกว่ามาก พวกเขาผสมพันธุ์กับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้แล้วพิฆาตพวกมันด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง

จุดจบของความสัมพันธ์นี้จะกลายเป็นต้นแบบ เมื่อสายพันธุ์นี้ขยายพื้นที่หากิน พวกเขาเผชิญหน้ากับสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าสองเท่า สิบเท่า หรือแม้แต่ยี่สิบเท่า แมวตัวใหญ่ หมีขนาดมหึมา เต่าตัวใหญ่เท่าช้าง สล็อทที่สูงถึงสิบห้าฟุตเมื่อยืนสองเท้า สายพันธุ์เหล่านี้แข็งแรงกว่าและดุร้ายกว่า แต่พวกมันแพร่พันธุ์ช้าจึงสูญพันธุ์ไป

แม้ว่าสายพันธุ์ของเราจะเป็นสัตว์บก แต่ด้วยความปราดเปรื่องจึงข้ามทะเลได้ จนมาถึงหมู่เกาะที่เป็นแหล่งอาศัยของความพิสดารทางวิวัฒนาการ เช่น นกที่ออกไข่ฟองใหญ่เป็นฟุต ฮิปโปขนาดเท่าหมู และจิ้งเหลนยักษ์ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้อยู่ตามลําพังจนชินเลยไม่พร้อมที่จะรับมือกับผู้มาเยือนใหม่และเพื่อนร่วมทางของพวกเขา (ส่วนใหญ่เป็นหนู) พวกมันจํานวนมากจึงพ่ายแพ้เช่นกัน กระบวนการนี้ดําเนินต่อไปอย่างกระท่อนกระแท่นนานหลายพันปี จนกระทั่งสายพันธุ์ดังกล่าวไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่อีกต่อไป พวกเขากระจายตัวไปทุกมุมโลก ในเวลานั้นมีหลายสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกันซึ่งช่วยให้ โฮโมเซเปียนส์ (Homo Sapiens) อันเป็นชื่อที่พวกเขาเรียกตนเองในเวลาต่อมา ขยายพันธุ์ในอัตราที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนภายในศตวรรษเดียว จํานวนประชากรเพิ่มเป็นสองเท่าแล้วก็เพิ่มทบอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ป่าผืนใหญ่ถูกบุกรุก มนุษย์ทําเช่นนี้เพื่อหาอาหารยังชีพ แต่ผลที่ไม่ตั้งใจคือพวกเขาโยกย้ายสิ่งมีชีวิตต่างๆข้ามทวีป ซึ่งเท่ากับเป็นการจัดโครงสร้างทางชีวภาคใหม่ ในขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงที่แปลกและรุนแรงกว่าก็กําลังจะเกิดขึ้น หลังจากมนุษย์ค้นพบแหล่งพลังงานใต้ดิน พวกเขาเริ่มเปลี่ยนองค์ประกอบในชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศและคุณสมบัติทางเคมีของมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไปด้วย พืชและสัตว์บางชนิดปรับตัว โดยการย้ายถิ่น พวกมันปืนขึ้นเขาและอพยพไปทางขั้วโลก แต่ยังมีสัตว์อีกหลายต่อหลายชนิดที่ถูกปล่อยเกาะ เริ่มจากจํานวนนับร้อยจนกลายเป็นพันเป็นหมื่น และท้ายที่สุดอาจมากถึงหลักล้าน อัตราการสูญพันธุ์เพิ่มสูงขึ้น องค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตใดที่เปลี่ยนชีวิตบนโลกเช่นนี้มาก่อน กระนั้นโลกก็เคยเผชิญเหตุการณ์ทํานองนี้มาก่อนแล้วในอดีตอันแสนยาวนาน นานๆครั้งโลกจะผ่านการเปลี่ยนแปลงที่บีบรัดเสียจนความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตลดฮวบลง

การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ 5 ครั้ง (Big Five)

Big five extinctions

ในหมู่เหตุการณ์ดึกดําบรรพ์เหล่านี้มี 5 เหตุการณ์ที่นับเป็นหายนะใหญ่หลวงเสียจนต้องแยกประเภทออกมาแล้วให้ชื่อว่า Big Five หรือการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ 5 ครั้ง และสิ่งที่ดูเหมือนเป็นความบังเอิญเหลือเชื่อแต่แท้ที่จริงอาจไม่ใช่ความบังเอิญเลยก็คือผู้คนกลับมาขุดคุ้ยประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์เหล่านี้อีกครั้งเมื่อเริ่มตระหนักว่าพวกเขากําลังก่อเหตุซ้ำรอย ตอนนี้คงเร็วเกินไปที่จะกล่าวว่าเหตุการณ์รอบนี้อาจรุนแรงเท่ากับการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ 5 ครั้ง อย่างไรก็ตาม มันได้กลายเป็นที่รู้จักในนาม การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (Sixth Extinction)

เรื่องราว การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 (Sixth Extinction) นี้จะมีทั้งสายพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น มาสโตดอนหรือ ช้างดึกดําบรรพ์สายพันธุ์อเมริกา นกอ็อกใหญ่ หอยแอมโมไนต์ซึ่งสูญพันธุ์ไปตอนสิ้นยุคครีเทเชียสพร้อมกับเหล่าไดโนเสาร์ สิ่งมีชีวิตซึ่งได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

ถ้าการสูญพันธุ์เป็นหัวข้อที่น่าสลด การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinction) ยิ่งนับว่าน่าหดหู่มหาศาล แต่ขณะเดียวกันมันก็น่าทึ่งด้วยเช่นกัน

สนับสนุนโดยยูฟ่าเบท ufabet