ข้อแตกต่างทางพันธุกรรมเพียงเล็กน้อยที่แยกมนุษย์ออกจากนีแอนเดอร์ทัล

orangutan

สวนสัตว์ไลพ์ซิกตั้งอยู่ห่างจากสถาบันเพื่อการศึกษามานุษยวิทยาด้านวิวัฒนาการ โดยตั้งอยู่คนละฟากของเมือง แต่สถาบันมีอาคารปฏิบัติการในสวนสัตว์พร้อมด้วยห้องทดสอบที่ออกแบบมาเป็นพิเศษภายในบ้านเอป ซึ่งรู้จักในนามพองโกแลนด์ (Pongoland) เนื่องจากไม่มีญาติผู้ใกล้ชิดกับพวกเราที่สุดเหลือรอดอยู่เลยสักคน (ยกเว้นส่วนเล็กส่วนน้อยภายในร่างของพวกเรา) นักวิจัยจึงต้องอาศัยญาติใกล้ชิดที่สุดอันดับถัดไป นั่นคือชิมแปนซีและโบโนโบ (ชิมแปนซีแคระ) และญาติห่างๆ อย่างกอริลลากับอุรังอุตังในการทดลองกับสิ่งมีชีวิตจริง (มักทําการทดลองแบบเดียวกันหรืออย่างน้อยก็คล้ายกันกับเด็กเล็กด้วยเพื่อดูข้อเปรียบเทียบ) Continue reading ข้อแตกต่างทางพันธุกรรมเพียงเล็กน้อยที่แยกมนุษย์ออกจากนีแอนเดอร์ทัล

การฆ่าเกินพอดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ Prehistoric Overkill

เสือเขี้ยวดาบ

มีหลักฐานหลายสายที่อภิปรายสนับสนุน (หรือความจริงคือกล่าวโทษ) มนุษย์ หนึ่งในนั้นคือหลักฐานเกี่ยวกับช่วงเวลาของเหตุการณ์ ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าการสูญพันธุ์ของพรรณสัตว์ใหญ่ไม่ได้เกิดพร้อมกันครั้งเดียวดังที่ไลเอลล์และวอลเลซเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น หากแต่เกิดเป็นระลอก ระลอกแรกคือประมาณสี่หมื่นปีที่แล้วโดยกวาดยักษ์ใหญ่ในออสเตรเลียจนหมด ระลอกที่สองเข้าปะทะอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้เมื่อประมาณสองหมื่นห้าพันปีต่อมาลีเมอร์ยักษ์ ฮิปโปแคระ และนกช้างในมาดากัสการ์รอดมาจนถึงยุคกลาง ส่วนนกโมอาในนิวซีแลนด์รอดถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ Continue reading การฆ่าเกินพอดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ Prehistoric Overkill

ภาวะโลกร้อนกับคำพยากรณ์เรื่องการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต

ภาวะโลกร้อน

อุทยานแห่งชาติมานู  (Manu National Park) ซึ่งตั้งอยู่สุดมุมทางตะวันออกเฉียงใต้ของเปรู ใกล้ชายแดนโบลิเวียและบราซิล มันแผ่คลุมเนื้อที่เกือบหกพันตารางไมล์ ตามโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme) มานู “อาจเป็นเขตสงวนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก” หลายสายพันธุ์มีอยู่เฉพาะในอุทยานและเขตรอบชิดเท่านั้น สายพันธุ์เหล่านี้รวมถึงต้นเฟิร์น Cyathea multisegmenta นกที่รู้จักในนามนกจับแมลงแก้มขาว (whitecheeked tody flycatcher) มุสิกที่เรียกว่าหนูหางพวงบาร์บารา บราวน์ (Barbara Brown’s brush-tailed rat) และคางคกสีดําขนาดเล็กที่มีแต่ชื่อภาษาละตินว่า Rhinella man Continue reading ภาวะโลกร้อนกับคำพยากรณ์เรื่องการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต

อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบต่อโลกของเราอย่างไร?

global warming

ในจินตนาการของคนทั่วไปมักมองว่าภาวะโลกร้อนเป็นภัยคุกคามต่อสายพันธุ์ที่ชอบความเย็น ซึ่งก็มีเหตุมีผลดีที่คนคิดเช่นนี้ เมื่อโลกอุ่นขึ้นขั้วโลกจะเปลี่ยนแปลงไปในแถบอาร์กติก ส่วนที่เป็นน้ำแข็งตลอดปี ในทะเลครอบคลุมพื้นที่เพียงครึ่งหนึ่งของเมื่อสามสิบปีที่แล้ว และสามสิบปีจากนี้มันอาจหายไปทั้งหมด แน่นอนว่าสัตว์ที่พึ่งพาอาศัยน้ำแข็ง เช่น แมวน้ำวงแหวน (ringed seal) หรือหมีขั้วโลกจะลําบากเมื่อน้ำแข็งละลายจนหมดไป แต่ภาวะโลกร้อนก็กําลังก่อผลกระทบใหญ่หลวงต่อเขตร้อนเช่นกัน หรืออันที่จริงมีผลกระทบใหญ่หลวงยิ่งกว่า เหตุผลของเรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน แต่มันเริ่มด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าเขตร้อนนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของสายพันธุ์ส่วนใหญ่ Continue reading อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบต่อโลกของเราอย่างไร?

ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระดับเข้มข้นในชั้นบรรยากาศและภาวะทะเลกรด

OCEAN ACIDIFICATION

ตั้งแต่บทความชิ้นแรกของฮอลล์-สเปนเซอร์ที่เกี่ยวกับระบบปล่องระบายความร้อนปรากฏในปี 2008 ความสนใจเกี่ยวกับทะเลกรดและผลของมันก็พุ่งกระฉูด โครงการวิจัยนานาชาติอย่าง BIOACID (Biological Impacts of Ocean Acidification หรือโครงการศึกษาผลกระทบทางชีววิทยาจาก ทะเลกรด) และ EPOCA (European Project on Ocean Acidification หรือโครงการทะเลกรดแห่งยุโรป) ได้รับทุนสนับสนุนและดําเนินการทดลองนับร้อยหรือกระทั่งนับพันการทดลองเหล่านี้ทําขึ้นบนเรือในห้องปฏิบัติการ และในเขตปิดล้อมที่เรียกว่าระบบเลียนแบบนิเวศวิทยา (mesocosm) ซึ่งสามารถกําหนดและปรับสภาวะต่างๆบนพื้นที่ส่วนหนึ่งในผืนมหาสมุทรครั้งแล้วครั้งเล่า Continue reading ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระดับเข้มข้นในชั้นบรรยากาศและภาวะทะเลกรด

การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา Atelopus zeteki ตอนที่ 2

การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา

(อ่านเรื่อง การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา ตอนที่ 1) สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ (ภาษาอังกฤษเรียกว่า amphibian มาจากภาษากรีกที่แปลว่า “ชีวิตสองภาค”) ส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิด กับอาณาจักรแหล่งน้ำที่มันโผล่ขึ้นมา (ชาวอียิปต์โบราณคิดว่ากบเกิดจากการจับคู่ของดินกับน้ำช่วงที่น้ำในแม่น้ำไนล์ท่วมล้นในแต่ละปี) ไข่ของมันซึ่งไม่มีเปลือกต้องเก็บให้ชุ่มชื้นเพื่อให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะพัฒนา เติบโต มีกบหลายชนิดที่วางไข่ในธารน้ำเหมือนกบสีทองปานามา และยังมีกบที่วางไข่ในแอ่งน้ำชั่วคราว กบที่วางไข่ใต้ดิน อีกทั้งกบที่วางไข่ในรังซึ่งสร้างขึ้นจากน้ำลาย นอกจากกบที่วางไข่บนหลังและกระเป๋าหน้าท้อง ยังมีกบที่พันไข่รอบขาเหมือนผ้าพันแผล เมื่อไม่นานมานี้มีกบสองสายพันธุ์สูญพันธุ์ไป พวกมันมีชื่อเรียกว่าวงศ์กบพลาติพุส (gastric-brooding frogs) ซึ่งเก็บไข่ไว้ในกระเพาะและสํารอกลูกกบออกมาทางปาก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำปรากฏตัวขึ้นในเวลาที่ทุกผืนดินบนโลก ยังเชื่อมต่อเป็นผืนดินขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่ามหาทวีปแพนเจีย (Pangaea) Continue reading การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา Atelopus zeteki ตอนที่ 2

การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา Atelopus zeteki ตอนที่ 1

เรื่องราวการสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา (Atelopus zeteki) นั้นเริ่มต้นขึ้นที่เมืองเอลบาเยเดอันตน (EIValle de Anton) ในปานามากลางตั้งอยู่กลางปากปล่องภูเขาไฟซึ่งก่อตัวขึ้นประมาณหนึ่งล้านปีที่แล้ว ปากปล่องภูเขาไฟดังกล่าวกว้างเกือบสี่ไมล์ แต่เมื่อท้องฟ้าใส คุณจะเห็นแนวเทือกเขาหยักโค้งรอบเมืองราวกับกําแพงล้อมรอบซากหอคอยเมืองเอลบาเย มีถนนสายหลักหนึ่งสาย สถานีตํารวจและตลาดกลางแจ้งอย่างละหนึ่งแห่ง นอกจากจะขายหมวกปานามาและผ้าปักสีสดหลากหลายแล้ว ตลาดแห่งนี้น่าจะเป็นแหล่งจําหน่ายตุ๊กตากบสีทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีทั้งกบสีทองนอนบนใบไม้ กบสีทองนั่งหลังโก่ง กบสีทองถือโทรศัพท์มือถือ กบสีทองใส่กระโปรงระบาย กบสีทองตั้งท่าเต้นรํา และกบสีทองสูบบุหรี่โดยใช้ที่ต่อบุหรี่เลียนแบบท่าของแฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ กบสีทองซึ่งมีสีเหลืองเหมือนรถแท็กซี่แต้มลายสีน้ำตาลเข้มเป็นสัตว์ประจําท้องถิ่นรอบเมืองเอลบาเย และเป็นสัญลักษณ์นําโชค ในปานามารูปของมันพิมพ์อยู่บนสลากกินแบ่ง (หรืออย่างน้อยก็เคยเป็นเช่นนั้น) Continue reading การสูญพันธุ์ของกบสีทองปานามา Atelopus zeteki ตอนที่ 1

ความเชื่อมโยงของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลกับมนุษย์สมัยใหม่

Neanderthal

ในทศวรรษ 1950 นักกายวิภาคศาสตร์คู่หนึ่งนามวิลเลียม สเตราส์ (William Straus) และ อเล็กซานเดอร์ เคฟ (Alexander Cave) ตัดสินใจศึกษาโครงกระดูกจากลาชาแปลอีกครั้ง สงครามโลกครั้งที่สองแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ยุคใหม่ที่ใกล้ชิดกับปัจจุบันที่สุดโหดเหี้ยมได้เพียงใด (ไม่ต้องกล่าวถึงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งด้วยซ้ำ) และตอนนี้ก็ถึงเวลาประเมินนีแอนเดอร์ทัลใหม่ สเตราส์และเคฟมั่นใจว่าสิ่งที่บุลคิดว่าเป็นท่วงท่าตามธรรมชาติของนีแอนเดอร์ทัลอาจเป็นอิทธิพลของไขข้ออักเสบ นีแอนเดอร์ทัลไม่ได้เดินหลังค่อมหรือเข่างอ ความจริงหากโกนหนวดและสวมสูทชุดใหม่ นีแอนเดอร์ทัลอาจไม่เตะตาคนบนรถไฟใต้ดินในนิวยอร์ก “มากไปกว่าคนต่างด้าวอื่นๆในเมือง” ทั้งคู่กล่าว การศึกษาระยะหลังๆมักสนับสนุนความคิดที่ว่าแม้ไม่ถึงกับนั่งรถไฟใต้ดินอย่างกลมกลืน แต่เป็นที่แน่ชัดว่านีแอนเดอร์ทัลเดินตัวตรงด้วยท่วงท่าที่พวกเราพอจะระบุได้ว่าเป็นท่วงท่าของพวกเราเอง Continue reading ความเชื่อมโยงของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลกับมนุษย์สมัยใหม่

มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล Homo Neanderthalensis

มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล

หุบเขานีแอนเดอร์ หรือ das Neandertal ในภาษาเยอรมัน ตั้งอยู่ ทางเหนือของโคโลญไปประมาณยี่สิบไมล์ โดยเลียบเลาะไปตามแนวคดเคี้ยวของแม่น้ำ สายน้ำง่วงเฉื่อยที่เป็นสาขาของแม่น้ำไรน์ ลักษณะของหุบเขาแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นหน้าผาหินปูน และถ้ำแห่งหนึ่งในหน้าผานี้คือสถานที่พบกระดูกซึ่งทําให้โลกได้รู้จักนีแอนเดอร์ทัลในปี 1856 ปัจจุบันหุบเขานี้เป็นเหมือนสวนสนุกยุคหินเก่า นอกจากพิพิธภัณฑ์นีแอนเดอร์ทัลซึ่งเป็นอาคารสมัยใหม่เตะตา มีผนังกระจกสีเขียวเข้ม ยังมี ร้านกาแฟที่ขายเบียร์ยี่ห้อนีแอนเดอร์ทัล สวนที่ปลูกไม้พุ่มซึ่งงอกงามในช่วงยุคน้ำแข็ง และทางเดินขึ้นเขาที่นําไปสู่สถานที่ค้นพบแม้ว่ากระดูก ถ้ำ หรือแม้แต่หน้าผาจะหายไปหมดแล้วก็ตาม (หินปูนถูกระเบิดก่อนจะขนใส่รถไปทําบล็อกก่อสร้าง) Continue reading มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล Homo Neanderthalensis

ต้นเหตุแห่งการสูญพันธุ์ของบรรดาสรรพสัตว์

Ice Age Animals

ในช่วงสิ้นยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุดจะพบสัตว์ขนาดมหึมาได้ทุกหนแห่งในโลก นอกจากแรดดึกดําบรรพ์และหมีถ้ำยุโรป ยังมีวัวป่าออรอชส์ (aurochs) กวางยักษ์โบราณ (giant elk) และหมาในตัวเขื่อง ในอเมริกาเหนือสัตว์ใหญ่ดึกดําบรรพ์รวมถึงมาสโตดอน แมมมอธ และคาเมลอปส์ (Camelops) ซึ่งเป็นญาติตัวใหญ่ของอูฐสมัยใหม่ ทวีปอเมริกาเหนือยังเป็นที่อยู่ของบีเวอร์ขนาดเท่าหมีกริซลีในปัจจุบัน สไมโลดอน (Smilodon) ซึ่งเป็นเสือเขี้ยวดาบ และ Megalonyxjeffersoni หรือสล็อทพื้นดิน (ground sloth) ที่หนักเกือบหนึ่งตัน อเมริกาใต้มีสล็อทยักษ์ของตนเองเช่นเดียวกับโทโซดอน (Toxodon) Continue reading ต้นเหตุแห่งการสูญพันธุ์ของบรรดาสรรพสัตว์

แรดสุมาตรา Dicerorhinus Sumatrensis ฟอสซิลที่ยังมีชีวิต

Dicerorhinus Sumatrensis

ภาพแรกของซูซี่ (Suci) คือแผ่นหลังอันกํายํา ขนาดกว้างประมาณสามฟุต และมีขนแข็งหยาบสีแดงเป็นหย่อมๆ ผิวหนังสีน้ำตาลแดงให้สัมผัสเหมือนเสื่อน้ำมันตะปุ่มตะป่า ซูซี่เป็นแรดสุมาตรา (Sumatran rhino) อ/Center for Conservation and Research of Endangered Wildlife) ของสวนสัตว์ Continue reading แรดสุมาตรา Dicerorhinus Sumatrensis ฟอสซิลที่ยังมีชีวิต

การย้ายถิ่นและปรับตัวของอาณาจักรพืชและสัตว์ต่างถิ่น

Columbian Exchange

ยากที่จะระบุว่ามหาทวีปแพนเจียแห่งใหม่เกิดขึ้นเมื่อใดแน่ ถ้าคุณนับว่ามนุษย์เป็นสายพันธุ์รุกราน อลัน เบอร์ดิก (Alan Burdick) นักเขียนเชิงวิทยาศาสตร์กล่าวว่าโฮโมเซเปียนส์ “อาจเป็นผู้บุกรุกที่ประสบความสําเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชีววิทยา กระบวนการนี้เริ่มประมาณ 120,000 ปีที่แล้ว ย้อนกลับไปยังตอนที่มนุษย์ยุคใหม่เริ่มอพยพออกจากแอฟริกา เมื่อมนุษย์ฝ่าเข้าไปในอเมริกาเหนือประมาณ 13,000 ปีที่แล้ว พวกเขาเลี้ยงสุนัขซึ่งพาข้ามสะพานเชื่อมแบริงมาด้วย พวกโปลีนีเซียที่ตั้งรกรากในฮาวายประมาณ 1,500 ปีที่แล้วไม่เพียงมีหนูติดมาด้วย แต่ยังมีเห็บ เหา และหมู “การค้นพบ” โลกใหม่เป็นจุดเริ่มต้นของการพบกันเพื่อแลกเปลี่ยนทางชีววิทยาที่เรียกว่าการแลกเปลี่ยนโคลัมเบีย (Columbian Exchange) ซึ่งยกกระบวนการนี้ไปสู่อีกระดับหนึ่ง Continue reading การย้ายถิ่นและปรับตัวของอาณาจักรพืชและสัตว์ต่างถิ่น

การเดินทางข้ามโลกของพืชและสัตว์เพื่อแสวงหาโอกาสในการรอดชีวิต

purple loosestrife

เหตุใดสายพันธุ์ต่างถิ่นบางสายพันธุ์จึงสามารถแพร่สะพัดนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ความเป็นไปได้หนึ่งคือสําหรับบางสายพันธุ์ เช่น กาฝาก มีข้อได้เปรียบในการเคลื่อนย้ายอยู่เสมอ สายพันธุ์ที่ถูกย้ายไปยังที่ใหม่ โดยเฉพาะทวีปใหม่ได้ทิ้งคู่แข่งและผู้ล่าไว้เบื้องหลัง การสลัดศัตรูซึ่งเท่ากับสลัดประวัติศาสตร์วิวัฒนาการทิ้งนี้เรียกว่า “การละศัตรู” (enemy release) มีสิ่งมีชีวิตมากมายที่ดูเหมือนได้รับประโยชน์จากการละศัตรูรวมทั้งต้นลูสสไตรฟ์สีม่วง (purple loosestrife) การเดินทางข้ามโลกของพืชและสัตว์เพื่อแสวงหาโอกาสในการรอดชีวิตการเดินทางข้ามโลกของพืชและสัตว์เพื่อแสวงหาโอกาสในการรอดชีวิตซึ่งเดินทางจากยุโรป มาถึงเขตตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 Continue reading การเดินทางข้ามโลกของพืชและสัตว์เพื่อแสวงหาโอกาสในการรอดชีวิต

การตายปริศนาของค้างคาวสีน้ำตาลในสหรัฐอเมริกา

ค้างคาวสีน้ำตาล

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะทําสํามะโนประชากรค้างคาวคือช่วงกลางฤดูหนาว ค้างคาวเป็นที่รู้จักในนาม “ผู้จําศีลตัวจริง” เมื่อปรอทวัดอุณหภูมิลดลง พวกมันจะเริ่มหาที่ปักหลัก หรือที่จริงคือห้อยหัวเนื่องจากเวลาค้างคาวจําศีลจะห้อยหัวโดยเกี่ยวนิ้วเท้าไว้ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ค้างคาวกลุ่มแรกที่จําศีลมักเป็นค้างคาวเล็กสีน้ำตาล (little brown bat) บางครั้งพอถึงปลายเดือนตุลาคมหรือต้นเดือนพฤศจิกายน พวกมันจะหาที่สงบ เช่น ถ้ำหรืออุโมงค์เข้าเหมืองที่ซึ่งสภาวะต่างๆน่าจะคงตัว ไม่นานหลังจากนั้นค้างคาวสามสี (tricolored bat) ค้างคาวใหญ่สีน้ำตาล (big brown bat) และค้างคาวตีนเล็ก (small-footed bat) จะเข้าจําศีลร่วมกับค้างคาวเล็กสีน้ำตาล อุณหภูมิในร่างกายค้างคาวจําศีลลดลง 50-60 องศาฟาเรนไฮต์ และมักจะลดถึงจุดเยือกแข็ง หัวใจเต้นช้าลง ระบบภูมิคุ้มกันปิดตัว และเข้าสู่ภาวะใกล้เคียงกับการหยุดหายใจชั่วคราวขณะห้อยหัวโดยใช้นิ้วเท้าเกี่ยว Continue reading การตายปริศนาของค้างคาวสีน้ำตาลในสหรัฐอเมริกา