The Secret Sauce มหากาพย์ซอสและเครื่องปรุงรส ตอนที่ 3

สหประชาชาติแห่งมอร์เนย์

The Secret Sauce มหากาพย์ซอสและเครื่องปรุงรส ตอนที่ 3

ตัวอย่างชั้นดีจากการนําแม่ซอสไปใช้เป็นฐานสําหรับสร้างสิ่งใหม่ๆ ดูได้จากซอสมอร์เนย์ (Mornay sauce) หลายคนแนะว่าซอสชนิดนี้ (ได้จากการเติมเนยแข็งขูด 2 ชนิดลงไปในเบชาเมล มักเป็น กรูแยร์และพาร์เมซาน) ได้ชื่อตามฟิลิปป์ ดยุคเดอ มอร์เนย์ (Philippe, duc de Mornay, 1549-1623) นักเขียนใหญ่ชาวฝรั่งเศสผู้นับถือนิกายโปรเตสแตนต์ แต่เนื่องจากเขาอยู่ในยุคสมัยก่อนหน้า หลุยส์ เดอ เบชาเมล ดังนั้นเดอ มอร์เนย์จึงไม่น่าจะคิดค้นซอสนี้ด้วยตัวเอง เป็นไปได้มากกว่าว่าซอสชนิดนี้ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตและความสําเร็จของเขา Continue reading The Secret Sauce มหากาพย์ซอสและเครื่องปรุงรส ตอนที่ 3

Soup for the soul เมนูซุป อาหารแห่งจิตวิญญาณ ตอนที่ 1

Soup for the soul เมนูซุป อาหารแห่งจิตวิญญาณ ตอนที่ 1

ใครจะเป็นเพื่อนในโลกอาหารที่ใจดีและปรับตัวเก่งยิ่งไปกว่าซุป? ใครกันที่ปลอบคุณเมื่อคุณป่วย? ใครกันที่ไม่ยอมทิ้งคุณเมื่อยากไร้ แถมยังเป็นวิธียืดอายุวัตถุดิบเพื่อการดํารงชีพและความอร่อยได้อย่างดี? ใครกันให้ความอบอุ่นในฤดูหนาวและลดอุณหภูมิให้ในฤดูร้อน? แล้วใครเล่าที่ประดับโต๊ะอาหารสุดหรูของคุณอย่างสมเกียรติและทําให้แขกที่เรื่องมากที่สุดประทับใจได้? ซุปภักดีเสมอแม้สภาพแวดล้อมจะไม่เอื้ออํานวยก็ตาม สเต๊กไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นยามคุณจนหรือป่วยใช่ไหมเล่า? คำกล่าวของ จูดิธ มาร์ติน (“มิสแมนเนอร์ส”) [Judith Martin (“Miss Manners”)] Continue reading Soup for the soul เมนูซุป อาหารแห่งจิตวิญญาณ ตอนที่ 1

A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 4

ประวัติศาสตร์การต่อสู้อันยาวนานของซีเรียลอาหารเช้า

A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 4

ไม่น่าเชื่อว่ากล่องซีเรียลสีสันสดใสบนโต๊ะอาหารเช้าของคุณซึ่งเต็มไปด้วยช็อกโกแลตกับน้ำตาล และตกแต่งกล่องเป็นรูปตัวการ์ตูนเอลฟ์กับเสือหน้ายิ้มแป้นนั้น แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่เหลือรอดจากการต่อสู้อันไม่น่าเป็นไปได้ที่ดําเนินมายาวนานและเป็นประเด็นร้อนแรงในอเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 ระหว่างคู่ต่อสู้ที่ไม่น่าเป็นไปได้พอกันอย่างผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติ ผู้นิยมวารีบําบัด และคริสตจักรเซเวนธ์เดย์แอดเวนทิสต์ Continue reading A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 4

A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 3

เฟรนช์โทสต์ ขนมปังหลายชื่อ

A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 3

สิ่งที่เราเรียกว่า เฟรนช์โทสต์ (French toast) คืออาหารที่คนฝรั่งเศสรู้จักในชื่อ แปงแปร์ดู (pain perdu) “ขนมปังเสีย” ถือเป็นวิธีทําให้ขนมปังเก่าเก็บ (หรือ “เสีย”) ยังกินได้เช่นเดียวกับการทําขนมปังปิ้ง วิธีการก็เริ่มจากทําแผ่นขนมปังให้นุ่มด้วยการชุบไข่ นม และน้ำตาลที่ผสมเข้าด้วยกัน ก่อนทอดด้วยเนย Continue reading A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 3

A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 2

อาหารเช้าเต็มรูปแบบสไตล์อังกฤษ (English Breakfast)

A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 2

อาหารเช้าแบบอังกฤษแม้เป็นมื้ออาหารที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่กลับมีข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาอยู่น้อยนิดจนน่าประหลาดใจ ก่อนถึงกลางศตวรรษที่ 17 คนส่วนใหญ่กินอาหารมื้อหลักประจําวัน 2 มื้อคืออาหารกลางวันหรือลันช์ (บางคนเรียกว่า “ดินเนอร์”) ที่รับประทานตอนสายๆกับอาหารเย็นหรือซัปเปอร์ที่รับประทานช่วงหัวค่ำ อาหารเช้าไม่ถือเป็นอาหารมื้อหลักและแนะนําให้เฉพาะเด็ก ผู้ป่วย และผู้สูงอายุเท่านั้นที่ควรกินอาหารมื้อเล็กๆระหว่างอาหารมื้อใหญ่มื้อนี้อย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่ออาหารเที่ยงเลื่อนเวลาออกไป ผู้คนก็หิวมากขึ้นในตอนเช้า โดยเฉพาะเมื่อได้กินอาหารมื้อเย็นค่อนข้างน้อย ในประเทศที่อาหารเย็นมื้อใหญ่กว่า อาหารเช้าจะไม่สําคัญเท่าไรนัก Continue reading A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 2

A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 1

กำเนิดกาแฟ

A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 1

เชื่อกันว่าคําว่ากาแฟหรือ คอฟฟี (coffee) อาจมาจากภาษาอารบิก คือ กาห์วา (kahwa) ซึ่งหมายถึงไวน์ชนิดหนึ่ง คํานี้ยังมีที่มาอีกต่อหนึ่งจากอีกคําที่แปลว่า “ไม่อยากอาหาร” เมื่อคิดดูแล้วก็สมควรอยู่ เพราะเครื่องดื่มแก้วแรกของวันมักทําหน้าที่แทนอาหารเช้าอยู่บ่อยๆ เชื่อกันว่าเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นชนิดนี้ถือกําเนิดเมื่อเกือบ 1,200 ปีที่แล้วในเอธิโอเปียที่เขตคัฟฟา (Kafa) ซึ่งชื่อเขตดังกล่าวอาจเป็นที่มาของคําว่าคอฟฟีได้เช่นกัน Continue reading A Brief History of Food รวบรวมตำนานอาหารจากทั่วโลก ตอนที่ 1

ข้อแตกต่างทางพันธุกรรมเพียงเล็กน้อยที่แยกมนุษย์ออกจากนีแอนเดอร์ทัล

orangutan

สวนสัตว์ไลพ์ซิกตั้งอยู่ห่างจากสถาบันเพื่อการศึกษามานุษยวิทยาด้านวิวัฒนาการ โดยตั้งอยู่คนละฟากของเมือง แต่สถาบันมีอาคารปฏิบัติการในสวนสัตว์พร้อมด้วยห้องทดสอบที่ออกแบบมาเป็นพิเศษภายในบ้านเอป ซึ่งรู้จักในนามพองโกแลนด์ (Pongoland) เนื่องจากไม่มีญาติผู้ใกล้ชิดกับพวกเราที่สุดเหลือรอดอยู่เลยสักคน (ยกเว้นส่วนเล็กส่วนน้อยภายในร่างของพวกเรา) นักวิจัยจึงต้องอาศัยญาติใกล้ชิดที่สุดอันดับถัดไป นั่นคือชิมแปนซีและโบโนโบ (ชิมแปนซีแคระ) และญาติห่างๆ อย่างกอริลลากับอุรังอุตังในการทดลองกับสิ่งมีชีวิตจริง (มักทําการทดลองแบบเดียวกันหรืออย่างน้อยก็คล้ายกันกับเด็กเล็กด้วยเพื่อดูข้อเปรียบเทียบ) Continue reading ข้อแตกต่างทางพันธุกรรมเพียงเล็กน้อยที่แยกมนุษย์ออกจากนีแอนเดอร์ทัล

การฆ่าเกินพอดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ Prehistoric Overkill

เสือเขี้ยวดาบ

มีหลักฐานหลายสายที่อภิปรายสนับสนุน (หรือความจริงคือกล่าวโทษ) มนุษย์ หนึ่งในนั้นคือหลักฐานเกี่ยวกับช่วงเวลาของเหตุการณ์ ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าการสูญพันธุ์ของพรรณสัตว์ใหญ่ไม่ได้เกิดพร้อมกันครั้งเดียวดังที่ไลเอลล์และวอลเลซเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น หากแต่เกิดเป็นระลอก ระลอกแรกคือประมาณสี่หมื่นปีที่แล้วโดยกวาดยักษ์ใหญ่ในออสเตรเลียจนหมด ระลอกที่สองเข้าปะทะอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้เมื่อประมาณสองหมื่นห้าพันปีต่อมาลีเมอร์ยักษ์ ฮิปโปแคระ และนกช้างในมาดากัสการ์รอดมาจนถึงยุคกลาง ส่วนนกโมอาในนิวซีแลนด์รอดถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ Continue reading การฆ่าเกินพอดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ Prehistoric Overkill

ภาวะโลกร้อนกับคำพยากรณ์เรื่องการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต

ภาวะโลกร้อน

อุทยานแห่งชาติมานู  (Manu National Park) ซึ่งตั้งอยู่สุดมุมทางตะวันออกเฉียงใต้ของเปรู ใกล้ชายแดนโบลิเวียและบราซิล มันแผ่คลุมเนื้อที่เกือบหกพันตารางไมล์ ตามโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme) มานู “อาจเป็นเขตสงวนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก” หลายสายพันธุ์มีอยู่เฉพาะในอุทยานและเขตรอบชิดเท่านั้น สายพันธุ์เหล่านี้รวมถึงต้นเฟิร์น Cyathea multisegmenta นกที่รู้จักในนามนกจับแมลงแก้มขาว (whitecheeked tody flycatcher) มุสิกที่เรียกว่าหนูหางพวงบาร์บารา บราวน์ (Barbara Brown’s brush-tailed rat) และคางคกสีดําขนาดเล็กที่มีแต่ชื่อภาษาละตินว่า Rhinella man Continue reading ภาวะโลกร้อนกับคำพยากรณ์เรื่องการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต

Soup for the soul เมนูซุป อาหารแห่งจิตวิญญาณ ตอนที่ 3

กุ้งหม้อ: ประวัติย่อของการถนอมอาหาร

Soup for the soul เมนูซุป อาหารแห่งจิตวิญญาณ ตอนที่ 3

ถ้าจะให้ดีที่สุดต้องทําด้วยกุ้งสีน้ำตาลตัวเล็กจากอ่าวมอร์แคมป์ในแลงคาเชียร์ กุ้งหม้อ (potted shrimp) เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยต้นตํารับอังกฤษ เริ่มจากปรุงรสกุ้งด้วยดอกจันทน์เทศ พริกชี้ฟ้า และลูกจันทน์เทศ จากนั้นนําไปใส่หม้อใบเล็กและเก็บรักษาไว้ภายใต้ชั้นเนยใส อาหารจานนี้เหมือนพายหมูตรงที่เป็นมรดกตกทอดอันน่าตื่นใจจากเทคนิคการทําอาหารแบบโบราณ พายในยุคกลางซึ่งเป็นที่มาของพายหมู โดยหลักแล้วทําไปเพราะตั้งใจให้เป็นวิธีถนอมอาหารมากกว่าเสิร์ฟอาหารเปลือกหนาๆของพายไม่ได้เอาไว้กินแต่ทําหน้าที่ป้องกันสารอันตราย  Continue reading Soup for the soul เมนูซุป อาหารแห่งจิตวิญญาณ ตอนที่ 3

Soup for the soul เมนูซุป อาหารแห่งจิตวิญญาณ ตอนที่ 2

ซุปเจนนี ลินด์: เหตุที่ไนติงเกลสวีเดนเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดอาหาร

Soup for the soul เมนูซุป อาหารแห่งจิตวิญญาณ ตอนที่ 2

ลีโอโพลด์บลูมตัวเอกใน Ulysses (1922) นิยายแนวกระแสสํานึกของ เจมส์ จอยซ์ (James Joyce) ฝันถึงซุป เจนนี ลินด์ ขณะกินอาหารกลางวันที่โรงแรมออร์มอนด์ ด้วยความที่ซุปนั้นข้น มีแคลอรีสูง และเนื้อเนียนพอๆกับกาวทาวอลเปเปอร์ จึงไม่ได้รับความนิยมอีกต่อไปในยุคสมัยที่ผู้คนใส่ใจเรื่องแคลอรี แต่ในศตวรรษที่ 19 ซุปชนิดนี้เป็นที่ใฝ่ฝันเกือบเท่าตัวเจนนี ลินด์เองเลยทีเดียว Continue reading Soup for the soul เมนูซุป อาหารแห่งจิตวิญญาณ ตอนที่ 2

PART 2: ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทางไปเที่ยวที่แคนนาดา

canada-2

-GOVERNMENT & POLITICS-

ระบบการปกครองของแคนาดาถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ เขตการปกครองและเขตการปกครองพิเศษ โดยการแบ่งทั้ง 2 ประเภทแยกออกเป็นเขตการปกครองที่มีทั้งหมด 10 รัฐ (Province) และเขตการปกครองพิเศษ 3 ดินแดน (Territory) โดยแต่ละรัฐและ ดินแดนจะมีนายกรัฐมนตรี (Premier) เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารเพื่อ ดูแลความสงบเรียบร้อยในเขตของตน Continue reading PART 2: ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทางไปเที่ยวที่แคนนาดา

PART 1: ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทางไปเที่ยวที่แคนนาดา

canada

-ART & CULTURE-

หลังจากค่านิยมแบบสังคมฝรั่งเศสเสื่อมถอยลงไปในอดีต และ เนื่องจากประชากรในประเทศแคนาดาประกอบด้วยผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพื่อประกอบอาชีพ จนในที่สุดสังคมแบบผสมจึงเป็นสังคมในการใช้ชีวิตประจําวันโดย ในปี 1962 หลังจากรัฐสภาแคนาดาได้ออกกฎหมายคนเข้าเมือง

ซึ่งเป็นการยกเลิกการเลือกปฏิบัติและกีดกันคนเข้าเมือง พร้อมกันนี้ยังเปิดรับคนเข้าเมืองจากทุกภูมิภาคของโลกอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้จะ ใช้วิธีการคิดคะแนนประเมินน้ำหนัก (Point System) ว่าผู้ใดสมควรได้รับการเข้าไปตั้งถิ่นฐานในแคนาดาโดยรัฐบาลพรรคเสรีนิยมได้ ตั้งเป้าที่จะรับผู้ที่ต้องการเข้าไปตั้งถิ่นฐานใหม่เพียง 1% ของจํานวนประชากรทั้งประเทศแคนาดาในทุกๆปี ซึ่งในความเป็นจริงยังมีผู้อพยพ มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้เป็นจํานวนมาก แต่ทางรัฐบาลก็ไม่ได้ทําการกีดกันใดๆ เพียงแต่ผู้ที่มาตั้งถิ่นฐานใหม่จะต้องใช้เวลานานที่จะสร้างรายได้ให้กับตนเอง เพื่อที่จะได้รายได้มากเท่ากับชาวแคนาดาที่อยู่มาก่อน Continue reading PART 1: ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทางไปเที่ยวที่แคนนาดา